ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย

 

ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย

 

1. ความผิดเกี่ยวกับชีวิต ได้แก่

 

1.1 ฆ่าผู้อื่น เช่น ความผิดฐานฆ่าคนตาย  การฆ่าคนตายไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด เจตนาหรือไม่ก็ตาม แม้แต่การกระทำโดยประมาท ย่อมเป็นความผิดทั้งสิ้น  รวมทั้งเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัว ซึ่งจะต้องสืบพยานในชั้นศาล การฆ่าคนบางประเภทจะได้รับโทษหนักขึ้น เช่น ฆ่าพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เจ้าพนักงานหรือผู้ช่วยพนักงานตามกฎหมาย การฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หรือฆ่าเพื่อการกระทำผิดอย่างอื่น เช่น ฆ่าเพื่อชิงทรัพย์  ฆ่าเพื่อข่มขืน  ฆ่าเพื่

อปกปิดความลับ  เป็นต้น

1.2  การช่วยยุยงให้ผู้อื่นหรือเด็กฆ่าตนเอง  ถ้ามีการกระทำเกิดขึ้นก็มีความผิดเกี่ยวกับชีวิตเช่นเดียวกัน

2.  ความผิดเกี่ยวกับร่างกาย คือ ทำร้ายผู้อื่นอันเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ มี 4 ลักษณะ  คือ

2.1  ทำร้ายร่างกายโดยไม่มีอันตราย เช่น  ผลักล้มเป็นความผิดอาจเปรียบเทียบเป็นค่าปรับได้ (ลหุโทษ)  เป็นต้น

 

2.2  ทำร้ายร่างกายโดยมีอันตราย เช่น ใช้ไม้ตีศีรษะแตก  เป็นต้น

2.3  ทำร้ายร่างกายโดยได้รับอันตรายสาหัส เช่น เจตนาผลักของผู้อื่นล้มจนเป็นอัมพาต  เป็นความผิดอาญาแผ่นดินยอมความไม่ได้  เป็นต้น

2.4  ทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิต  เช่น  ใช้ปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิตมีความผิดฐานฆ่าคนตาย  เป็นต้น

3.   ความผิดที่กระทำโดยประมาทต่อชีวิตและร่างกาย กฎห

มายได้บัญญัติให้รับผิดในการกระทำโดยประมาทสามารถแยกได้ตามความหนักเบา 3.1  การกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  เป็นการกระทำโดยผู้กระทำมิได้มีเจตนาฆ่าหรือเจตนาทำร้าย  แต่การกระทำปราศจากระมัดระวัง  เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  กฎหมายจึงต้องบัญญัติการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดและเอาโทษ  เพื่อให้บุคคลต้องใช้ความระมัดระวังต่อการกระทำยิ่งขึ้น

3.2  การกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสา

หัส  เป็นการกระทำโดยผู้ถูกกระทำได้่รับอันตรายสาหัส  หมายถึง  ทำให้ตาบอดหู้หนวก  ลิ้นขาด  เสียอวัยวะสำคัญ  หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว  แท้งลูก  จิตพิการติดตัว  ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต  ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาหรือประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน

3.3  การกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายห
รือจิตใจ  เป็นการกระทำที่ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งการกระทำและบาดแผลที่ผู้่ถูกทำร้ายได้รับว่ามากน้อยเพียงใด  เป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจนั้นแยกได้เป็นคนละส่วน  ตีศีรษะเขาแตก  เรียกว่าเป็นอันตรายแก่กาย  แต่ถ้าขังเขาไว้แล้วปล่อยเสียงรบกวนประสาทจนสติคลุ้มคลั่ง  เรียกว่าเป็นอันตรายแก่จิตใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s